ThaiEnglish
HomeContactSite Map
Home
About Us
Service
WebBoard
Contact Us
หน้าหลัก
 
 
เซ็นสัญญา บริษัท เอคโค่ (ประเทศไทย) จำกัด พิมพ์ ส่งเมล

Image1

“กนอ.” หนุนนิคมฯพิจิตรฐานลงทุนนวัตกรรมใหม่โซนภาคเหนือ

เซ็นสัญญาบ.เอคโค่เช่าพื้นที่ขยายการผลิตรองเท้าด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง

Image

                               
“กนอ.” ร่วมลงนามสัญญาเช่าพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมจังหวัดพิจิตร กับ บ.เอคโค่ ผู้ผลิตรองเท้ารายใหญ่อันดับ 7 ของโลก จากประเทศเดนมาร์ก บนพื้นที่ 26 ไร่ ขยายกิจการผลิตชิ้นส่วนประกอบรองเท้า ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง รับนโยบายหนุนพิจิตร สู่ศูนย์กลางลงทุนและฐานผลิตด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแถบภาคเหนือ  หนุนมหาวิทยาลัยนเรศวรเปิดอุทยานวิทยาศาสตร์ (ไซแอนด์ ปาร์ค) ศูนย์ประสานผู้ประกอบการด้านวิจัยนวัตกรรมการผลิต คาดแล้วเสร็จปี 2551 เอื้อนักลงทุนแบบครบวงจร

        นายอุทัย จันทิมา ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยภายหลังพิธีลงนามสัญญาเช่าที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือตอนล่าง (พิจิตร) ระหว่างบริษัท เอคโค่ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทผู้ผลิตรองเท้า จากประเทศเดนมาร์ก กับ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะนำมาซึ่งการกระจายรายได้สู่ชุมชนในพื้นที่ รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิต เนื่องจากเอคโค่เป็นบริษัทผลิตรองเท้าที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 7 ของโลก สามารถผลิตรองเท้าได้มากถึง 11 ล้านคู่ต่อปี

       โดยการขยายกิจการของเอคโค่ในประเทศไทย มีการจัดตั้งโรงงานที่ใช้เทคโนโลยี  การผลิตใหม่ล่าสุดของเครือข่ายเอคโค่และอยู่ในระดับมาตรฐานโลก สามารถตรวจสอบและควบคุมคุณภาพการผลิตได้ทุกขั้นตอน และเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องหนังซึ่งปราศจากการใช้สารสังเคราะห์ ที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค พร้อมกันนี้ กนอ. มุ่งหวังว่าเอคโค่จะลงทุนซื้อพื้นที่เพื่อขยายกิจการอีกในระยะต่อไป

       ทั้งนี้ปัจจุบันบริษัทเอคโค่ (ประเทศไทย) จำกัด ดำเนินธุรกิจค้าปลีกในไทย โดยมีร้านค้าปลีก และศูนย์จัดจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำในจังหวัดกรุงเทพฯ เชียงใหม่ และหาดใหญ่ รวมกว่า 30 แห่ง โรงงานที่ตั้งขึ้นในนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือตอนล่าง (พิจิตร) นับเป็นโรงงานแห่งที่ 2 บนพื้นที่รวม 26 ไร่ เพื่อผลิตชิ้นส่วนประกอบรองเท้า โดยแห่งที่ 1 ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บนพื้นที่กว่า  36 ไร่

        กนอ. ได้วางเป้าหมายที่จะผลักดันนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือตอนล่าง(พิจิตร)ให้เป็นประตูการค้าสู่อินโดจีน [Indo-China] และเป็นพื้นที่ศักยภาพการลงทุนแห่งใหม่ ที่จะเป็นศูนย์กลาง และฐานการผลิตด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี [Science Based Technology Industry] โดยล่าสุดได้สนับสนุนและให้ความร่วมมือ กับมหาวิทยาลัยนเรศวรในการใช้พื้นที่จำนวน 137 ไร่ เปิดโครงการจัดตั้งอุทยานวิทยาศาสตร์ [Science Park] โดยในเบื้องต้น โครงการดังกล่าวจะมีระยะเวลาดำเนินการ 5 ปี (ปี2550-2554) ซึ่งประกอบด้วย

           1. ศูนย์ประสานงานกับผู้ประกอบการ คาดว่า จะดำเนินงานแล้วเสร็จในปี 2551 ซึ่งจะจัดเป็นอาคารแสดงและจำหน่ายผลงานการวิจัย เป็นนวัตกรรมและเทคโนโลยีสำเร็จรูปเพื่อประกอบการอุตสาหกรรม พร้อมทั้งอาคารฝึกอบรมเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับผู้ประกอบการและเป็นศูนย์การเรียนรู้สู่ชุมชน 
           2. โรงงานต้นแบบ [Pilot Plant] คาดว่า ดำเนินงานแล้วเสร็จในปี 2551 สำหรับพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากข้าว และสมุนไพร โดยแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ โรงงานผลิตต้นแบบ โรงงานสกัด และคลังสินค้า 
           3. โครงการศูนย์ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ คาดว่า ดำเนินงานแล้วเสร็จในปี 2551 โดยการศึกษาการนำเปลือกไข่ไรแดงมาหมัก เพื่อทำปุ๋ยและก๊าซชีวภาพ  
           4. ศูนย์พัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรแบบครบวงจร คาดว่า ดำเนินงานแล้วเสร็จในปี 2553 โดยมีการวิจัย เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มจากผลิตผลทางการเกษตรท้องถิ่น เพื่อพัฒนาทั้งในด้านกระบวนการผลิต ยกระดับบุคลากร รวมถึงการให้บริการด้านการตรวจวิเคราะห์คุณภาพ และให้บริการเครื่องมืออุปกรณ์แปรรูปในระดับทดลองการผลิต

          นอกจากนี้จะมีการออกแบบ และบริหารจัดการให้เป็น โครงการสาธิตการใช้พลังงานทดแทน และอนุรักษ์พลังงาน ทั้งหมดนี้จะนำมาซึ่งการอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆให้กับนักลงทุนอย่างครบวงจร

         “ปัจจุบันนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือตอนล่าง จังหวัดพิจิตร มุ่งหวังที่จะผลักดันให้นิคมฯดังกล่าว เป็นนิคมฯ ต้นแบบของพื้นที่ลงทุนแถบภาคเหนือตอนล่างที่มีศักยภาพสูง ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลาง และฐานการผลิตอุตสาหกรรมที่ใช้พื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ เพื่อนำนวัตกรรม และเทคโนโลยี ซึ่งได้จากการวิจัยของมหาวิทยาลัยนเรศวร เข้ามาใช้ประกอบการอุตสาหกรรมเชิงพาณิชย์ และเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ รวมถึงภูมิปัญญาท้องถิ่นในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมที่เหลืออยู่ประมาณ 500 ไร่ ”นายอุทัยกล่าว   สำหรับจุดแข็งและโอกาสการลงทุน กนอ. ได้เตรียมความพร้อมในระบบโครงสร้างพื้นฐานให้กับนักลงทุนอย่างครบวงจร อาทิ การวางระบบประปา ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวมีแหล่งน้ำดิบที่เป็นน้ำบาดาลสามารถผลิตน้ำประปาได้ไม่น้อยกว่า 6,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน และมีแหล่งน้ำสำรอง เป็นบ่อเก็บกักน้ำผิวดิน 45,000 ลูกบาศก์เมตร มีระบบบำบัดน้ำเสียที่ได้มาตรฐานสากล ที่เรียกว่า ระบบ Waste Stabilization Ponds ซึ่งสามารถรองรับน้ำเสียได้ไม่น้อยกว่า 5,100 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ตลอดจนมีระบบกำจัดกากของเสียที่ได้รับรองมาตรฐานสากล และได้รับอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) และการสร้างภูมิทัศน์เขตพื้นที่อุตสาหกรรมสีเขียว [Green&Clean] เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม   ทั้งนี้นิคมฯพิจิตร มีขนาดพื้นที่ 1,235 ไร่ มีระบบโครงสร้างพื้นฐาน และสาธารณูปโภคที่สมบูรณ์แบบ พร้อมกับการให้บริการแบบเบ็ดเสร็จครบวงจร [One Stop Service] ตั้งอยู่ในโซน 3 ตามสิทธิประโยชน์ และภาษีของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) โดยปัจจุบันมีผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจอยู่ในนิคมฯแห่งนี้ จำนวน 3 บริษัท ได้แก่ บริษัทอินเว (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทอินโนเวทีฟ ไอเดนติฟิเคชั่น ซิสเต็มส์ จำกัด และบริษัทเอคโค่ (ประเทศไทย) จำกัด

 
 
หน้าหลัก
ความเป็นมา
จุดเด่นของนิคมอุตสาหกรรม
ทำเลที่ตั้ง
อุตสาหกรรมเป้าหมาย
ระบบสาธารณูปโภค
พืนที่ และอัตราค่าเช่า
คุณภาพสิ่งแวดล้อม
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง
อุทยานวิทยาศาสตร์
เว็บลิ๊งค์
ผู้ดูแล

ขณะนี้มี 16 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

ได้รับความนิยมสูง
 
ข่าวสารล่าสุด
 
Advertisement
Home     |     About Us     |     Service     |     Web Board     |     Contacts     
Copyright © 2007, Phichit Industrial Estate, all rights reserved.
Design & Development By A Web Technology Co.,Ltd.